ครับผม อย่างที่จั่วหัวข้อนี่แหล่ะ พอดีเดินเตล็ดเตร่เที่ยวตามประสาคนเบื่อโลก ก็ได้ไปเจอกับไอ้รุ่นน้องคนนึง ผมจำได้ว่าเจ้านี่สมัยที่ผมยังอยู่มัธยม มันเรียนเก่งมาก แม่เป็นครู พ่อเป็นทหาร หล่อ เก่งกีฬา และมีแฟนคลับทั้งม.ต้นและม.ปลาย เฟอร์เฟคทุกอย่าง เศษเสี้ยวในใจเคยอิจฉามัน!!!(ล้อเล่นครับ) เจ้ารุ่นน้องคนนี้ชื่อ "หนึ่ง" ครับ ชื่อจริงมันชื่อ "เป็นหนึ่ง"(ความสามารถสมชื่อแหล่ะครับ)

ตอนนี้เจ้าคนนี้กำลังเตรียมตัวจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งครับ ถามไถ่ทุกข์สุขดิบ และแล้วคนที่ผมเคยคิดว่าเฟอร์เฟคทุกอย่าง กลับกลายเป็นนั่นเป็นแค่สิ่งที่พ่อแม่หยิบยื่นให้ก็แค่นั้น เจ้าหนึ่งมันบอกว่าบางครั้งมันไม่เคยต้องการสิ่งนั้น แต่ในเมื่อพ่อแม่มีความสุข น้องเค้าก็ยินดีจะรับและสนองให้

"พ่อกับแม่แกให้สิ่งที่ดีที่สุดแล้ว หนึ่งเอ้ย จงดีใจเถอะมีพ่อแม่แบบแกน่ะ" ผมบอกน้องเค้า

"ผมรู้ว่าดี แต่เค้าไม่เคยถามผมเลยว่าผมต้องการไหม" หนึ่งพูด

ฟังแบบนี้แล้วผมรู้สึกสะอึกครับ เท่าที่ผมจำได้ หนึ่งแทบไม่มีเพื่อนเลย ถึงมีก็แค่เพื่อนคุยผ่าน ๆ แต่เพื่อนแบบว่าซี้ย้ำปึ้กพร้อมคุยกันทุกเรื่องนั้น เค้าไม่มีเลย

ปิดเทอมก็ไปเรียนพิเศษ เข้าค่ายวิชาการบ้าง ไม่เคยได้เที่ยวกับเพื่อนฝูง ถึงเที่ยวก็ไปกับพ่อแม่ ผมไม่ได้ว่าการเที่ยวกับพ่อแม่เป็นสิ่งไม่ดีนะครับ แต่ผมเคยผ่านวัยนั้นมาแล้ว ผมเข้าใจดีว่า น้องเค้าคงเหงาและกดดันมาก

ตรงกันข้ามเด็กคนนี้อยากมีชีวิตเหมือนวัยรุ่นทั่วไปครับ ผมเคยได้ยินคำ ๆนึงว่า "คนที่มีความคาดหวังจากพ่อแม่ไว้มาก มักจะฉายเดี่ยวจากกลุ่มเพื่อน" ก็คงเหมือนเด็กคนนี้ครับ พ่อเค้าคาดหวังอยากให้ทนายหรือทหารครับ เลยปูทางตั้งแต่เค้ายังเด็ก เพื่อจะให้เค้าเกิดมาเพื่อสิ่งนั้น

ในความคิดของผม สิ่งที่พ่อแม่น้องเค้าทำนั้น ผมว่าพวกเค้าเองก็มีเหตุผลของเค้าก็คือรักลูก ใครล่ะอยากจะให้ลูกตกต่ำเสียคน ยิ่งเป็นลูกชายคนเดียวแล้ว พ่อแม่ก็เป็นคนมีหน้ามีตาในสังคมด้วย ผมว่าเป็นไปได้น้อยมากที่จะใช้ชีวิตเหมือนคนทั่ว ๆ ไป เพราะลูกก็ต้องได้ดีเหมือนพ่อแม่สิ แค่เดินตามทางที่เค้าปูให้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว  ผมเคารพตรงที่เค้าให้สิ่งที่ดีที่สุดทุกอย่างแก่ลูก แต่ผมไม่เห็นด้วยตรงที่ว่า บางสิ่งที่พวกเค้าให้ไปนั้นมันคือ"การยัดเยียด"หรือ"การให้"กันแน่

"ถ้าผมมีลูก ผมจะไม่ทำแบบนี้กับลูก" นี่คือประโยคสุดท้ายก่อนหนึ่งจะแยกกับผมในวันนั้น แม้เสียงน้องเค้าพูดติดตลก แต่ผมคิดว่าเค้าคงไม่ตลก ผมจำได้ว่าหนึ่งเคยชวนหนึ่งไปเตะบอลหลังเลิกเรียน แต่หนึ่งไม่ไปเพราะมีเรียนพิเศษแล้วเค้าก็เล่าให้ฟังว่า ตอนอายุ12เค้าเคยโดดเรียนพิเศษไปเล่นกับเพื่อน เค้าโดนพ่อเอาสายเข็มขัดฟาดเสียจนเนื้อแตก หนึ่งบอกว่ายังจำความเจ็บปวดนั้นได้ดี

ลูก คือ คนที่เป็นหน้าเป็นตาของพ่อแม่ครับ ผมรู้ดีว่าพ่อแม่มีสิทธิ์ในตัวลูกทุกคน แต่ชีวิตนั้นเป็นของเค้า แม้คุณจะมอบชีวิตให้เค้าได้ แต่คุณไม่สามารถเป็นเจ้าชีวิตของเค้าได้ ปล่อยเค้าในสิ่งที่เค้าอยากจะเป็น และอย่าคาดหวังมากในตัวเค้า และคอยระวังเค้าไม่ให้ทำตัวเป็นที่เดือดร้อนก็น่าจะดีแล้วสำหรับการเลี้ยงลูก

ผมไม่เคยอยู่ในฐานะคนที่เป็น"พ่อ"ตอนนี้ผมก็ไม่เข้าใจนัก แต่จากการใข้ชีวิตบนโลกใบนี้นั้น ทำให้ผมรู้ว่า

"ไม่มีพ่อคนไหนที่เป็นคนเฟอร์เฟคสมบูรณ์แบบ แต่เราก็สามารถเป็นพ่อที่ดีได้"

ถ้าผมมีครอบครัวผมคงเอาเรื่องนี้เป็นแนวทางในการเลี้ยงลูกครับ ชีวิตของเค้าขอให้เค้าเลือกเอง แต่อย่าเลือกในสิ่งที่เลวร้ายก็คงพอแล้ว

"ความรักทำให้ตาบอด" นิยามนี้ยังไงก็ยังใช้ได้อยู่  บางทีเราคง"ให้"และ"หวัง"มากจนเกินไป จนบางทีคนเราอาจลืมหรือมองข้ามความสุขของคน ๆนั้นไปก็ได้ครับ

หนึ่ง เป็นคนดี และผมเชื่อว่าเป็นเพราะพ่อแม่เค้าเลี้ยงมาดี มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ทุกอย่าง  แต่...

หนึ่ง ต้องแลกกับสิ่งที่ต้องการเป็น เพราะพวกเค้าต้องการให้หนึ่งเป็นในสิ่งที่พวกเค้าต้องการและหนึ่งก็คิดว่าถูกต้องแล้วที่เลือกทำตามที่ปูทางไว้ เพราะหนึ่งเป็นลูกชายคนเดียวและเป็นความหวังเดียวของเค้า

ผมขอให้กำลังใจรุ่นน้องคนนี้ครับ สักวันเค้าต้องได้พบความสุขที่เค้าได้สร้างเองอย่างแน่นอนครับ

.....อยากขอบคุณพ่อแม่ครับ ที่เลี้ยงผมมาแบบปล่อยให้เผชิญโลก(อันโหดร้าย)นี้ ยังจำได้ว่าไม่มีเงินเรียนต่อมหาลัยเลยเรียนราม+ทำงานส่งตัวเองเรียนไปด้วย  สุดท้ายก็ซาบซึ้งการดำรงชีวิตอันแท้จริง.....

และยังจำได้ว่ามีอยู่ครั้งนึงผมมีเรื่องชกต่อยกับเพื่อน อาจารย์เรียกแม่ผมเข้าห้องปกครองมาเพื่อเล่าวีรกรรมของผม ยังจำได้ว่าแม่ทำอาจารย์เหวอเลยเพราะแม่บอกอาจารย์คนนั้นไปว่า

"เด็กผู้ชายก็งี้แหล่ะ เรื่องชกต่อยมันก็มีกันบ้างสะสมประการณ์ มันไม่ได้ไปเมายา โดดเรียนก็ปล่อยมันเหอะ เสร็จเรื่องคุยแล้วขอกลับบ้านไปเตรียมตัวขายของนะ เดี๋ยวไปตลาดไม่ทันขาย"

ขอบคุณคร้าบ... ผมจะไม่ทำให้มี๊ผิดหวัง

edit @ 28 Sep 2008 18:22:41 by GoDDamm

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

คาดว่าเด็กๆ หลายคนคงเผชิญชะตากรรมเดียวกับน้องหนึ่ง(ขออนุญาตเรียกเพื่อความง่าย)น่ะ ครอบครัวของเราก็เป็น แต่เผอิญลูกบ้านนี้ทนได้ไม่ตลอดรอดฝั่งเหมือนน้องหนึ่ง

ถ้าน้องหนึ่งคิดเหมือนเรา เค้าอาจจะรักพ่อแม่เหมือนกัน ที่เค้ายอมทำตามคำสั่งอาจเพราะไม่อยากให้พ่อแม่ผิดหวัง ไม่อยากให้พ่อแม่โกรธหรือเลิกรักตัวเอง แต่อยากบอกน้องหนึ่งว่า ถ้าอธิบายให้พ่อแม่เข้าใจเราได้ มันเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยนะ ถ้าท่านรักเราจริง ท่านไม่เลิกรักเราหรอก ไม่ว่าเราจะทำให้ท่านผิดหวังมากแค่ไหน

เวลาเราได้ยินใครพูดว่า อยากให้ลูกเป็นหมอ อยากให้ลูกติดวิศวะ อยากให้ลูกงั้นงี้บลาๆ ให้ลูกเรียนพิเศษเยอะๆๆๆ จะได้สอบได้เกรดสี่ เราอยากจะเดินเข้าไปบอกจริงๆ

"อาหารดีๆ แพงๆ กินแล้วแข็งแรง คุณเอาให้ลูกกินทุกวันลูกก็เบื่อได้ ยิ่งคุณบังคับให้เขากินมากเท่าไหร่ เขาก็จะอ้วกออกมาเร็วเท่านั้นแหละ"

ปล. แต่ชื่นชมน้องหนึ่งนะ

Hot!

#1 By persona non grata on 2008-09-28 18:47

ผมจะไปบอกน้องหนึ่งให้นะครับ ขอบคุณมากopen-mounthed smile

#2 By GoDDamm on 2008-10-02 15:53

ก็นะ มันเป็นภาระระดับชาติของคนเป็น พ่อแม่ และคนเป็นลูก อ่านแล้วก็คิด เออเราก็โชคดีเกิดไม่โดนใครคาดหวังอะไรมากมาย เหอ

#3 By Coffee Talk on 2008-10-21 11:05

สุดยอด

#4 By parnjai on 2009-02-15 07:30