กว่าจะตัดสินใจอัพเรื่องนี้ขึ้นมา ก็คอยจับตาดูพวกรุ่นน้องที่จะเข้ามหาลัยปีนี้เป็นเดือน ๆเหมือนกัน  เราเคยถามรุ่นน้องเล่น ๆว่า "ไม่คิดจะเรียนรามหรอ" รุ่นน้องทำหน้าแหยง ๆ พร้อมกับพูดติดตลก(รึป่าว)ว่า"ไม่เอาอ่ะ คนอื่นรู้มันไม่เท่ห์ อีกอย่างผมเรียนไม่จบแน่ ๆ ไว้ไม่มีที่ไปก่อนแล้วผมค่อยไปราม"

"เรียนรามคำแหงทำไมน่าอายขนาดนั้น เลยหรือ "   นี่คือคำถามที่ตั้งเข้ามาในหัวเรา  ในฐานะศิษย์พ่อขุนคนนึง  เราขอตอบว่าเราไม่อายเลยที่มาเรียนที่นี่  ชื่อสถาบันไม่สามารถวัดได้ว่าเราเป็นคนดีหรือไม่ คนเราชั่วดีมีคละกันทุกหนแห่งทั่วโลก  และก็ไม่สามารถมาตัดสินได้อีกว่า "ใครเก่งกว่ากัน"

เรารักรามคำแหง เพราะที่นี่เปิดโอกาสให้สามารถเรียนแทบทุกคน และหน่วยกิจละแค่ 25 บาท(อะไรจะดีขนาดนี้) ไม่ใช่เพราะเราไม่มีทางไป  แต่เราอยากบอกว่า รามคำแหง นี่แหล่ะ คือมหาลัยที่เราใฝ่ฝันตั้งแต่เด็ก ๆ ขนาดคนต่างชาติที่เรารู้จักยังมาประเทศไทยเพื่อมาเรียนที่นี่เลย เพราะเค้าบอกว่า รามคำแหงเป็นมหาลัยที่อิสระ ทั้งด้านความคิดและด้านการเรียน เหมือนประเทศอเมริกา และเค้าได้พูดต่ออีกว่า  ทำไมคนไทยบางคนถึงไม่คิดเรียนมหาลัยนี้บ้าง ทั้ง ๆที่เป็นมหาลัยที่เปิดโอกาสเข้าไปเรียนได้

ถึงตรงนี้เราอยากบอกทุกคนว่า....อย่าคิดว่าการเรียนรามคำแหงนั้น คือคนที่เอ็นท์ไม่ติด หรือเพราะไม่มีที่เรียนถึงได้มานี่  อยากให้ทุกคนมองรอบตัวถึงคนที่ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม คิดเถอะว่าเรายังโชคดีมากที่มีมหาวิทยาลัยแบบนี้ในประเทศไทย ถ้าเราดูถูกสถาบันที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเรียน คน ๆนั้นคือ คนที่โง่ที่สุด!  และถ้าเราคิดว่าเราเก่งเพราะเราเข้ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงก็คือ คนโง่สุด ๆ! เช่นกัน  ความเก่งและความสามารถเราไม่สามารถมาวัดกันได้  มันไม่ใช่สิ่งที่มองเห็นอย่างสีดำหรือสีขาว แต่นี่มันคือการกระทำล้วน ๆ  คนที่ฉลาด แต่ถ้าไม่สามารถนำความฉลาดมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ก็เท่านั้น เหมือนกับการเรียน ถ้าเรามัวแต่มาคิดว่าถ้าเรียนที่นี่คนจะมองเช่นไร แล้วสุดท้ายปล่อยให้มันผ่านไป คุณก็จะเสียเวลาและต้องรอครั้งต่อไป

สุดท้าย เราอยากให้ทุกคนมองมหาวิทยาลัยรามคำแหง คือ ที่ ๆเปิดโอกาสที่ดีแก่คนที่ต้องการศึกษา ไม่ใช่คือ ที่สุดท้ายที่คนไม่อยากเข้า แต่ไม่มีทางไป

.....เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะเรียนจบจากรามคำแหงได้ทุกคน  แต่คนที่จบคือคนใช้ความรับผิดชอบและมีประสบการณ์ด้านการงาน(ส่วนมาก)ล้วน ๆ เป็นมหาลัยที่ให้โอกาสการศีกษาระดับป.ตรี แต่จะประสบความสำเร็วหรือไม่นั้นอยู่ที่ตัวเรา เพราะไม่มีคนมาจี้ว่าต้องให้มาเรียน  นี่คือสิ่งที่สามารถการันตีได้ว่า รามคำแหงดีแบบไหน...  หรือว่า....คนไทยคิดว่า....ของถูกไม่มีคุณภาพถึงได้คิดแบบนี้  มองซะใหม่เถอะครับ

***สุดท้ายขอติดตลกหน่อยนะครับ  อย่าเครียดๆๆ 

....สุภาพบุรุษฝรั่งโอ่อ่าสองท่าน ทำงานในประเทศไทย
นัดกันไปสนทนาธุรกิจในร้านอาหารแห่งหนึ่ง
เมื่อเข้าไปในร้านอาหาร ทั้งคุ๋รู้สึกปวดปัสสาวะเหลือทน
จึงดิ่งไปยังห้องสุขา หลังจากฉี่เสร็จ ชายคนแรกก็คุยว่า ผมจบ ออกซ์ฝอร์ด
มหาลัยมีกฏว่า เมื่อฉี่เสร็จควรล้างมือให้สะอาดและเช็ดให้เรียบร้อย
คนที่สอง ก็คุยว่า ผมจบจาก คอร์แนล มหาลัยสอนว่าสุภาพชนควรล้างมือด้วยสบู่และเช็ด
ให้สะอาดหลังเสร็จกิจ
ในขณะที่ทั้งคู่คุยกัน ชายไทยดูดีคนหนึ่งเดินลิ่วเข้ามา และได้ยินการสนทนานั้น
หลังจากฉี่เสร็จก็เดินลิ่วออกจะออกจากสุขา ฝรั่งคนหนึ่งก็สะกิดและถามว่า
สถาบันที่คุณเรียนไม่ได้สอนเรื่องสุขอนามัยหลังฉี่หรือ
ชายไทยคนนั้นยิ้มเย็นๆแล้วตอบว่า
"ผมจบราม มหาลัยผมไม่เคยสอนให้ฉี่รดมือจนเลอะเทอะ"

 

edit @ 20 May 2008 18:46:03 by GoDDamm

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เห็นด้วยครับbig smile
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวคนแต่ละคนมากกว่าHot!

#51 By greateve2b on 2008-05-21 01:08

ในฐานะที่พึ่งผ่านการสอบวิชาสุดท้ายของรามฯ Hot! Hot! Hot!

สิ่งที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้สร้าง ก็คือการลุย การรู้จักสู้กับชีวิต และไม่หวั่นต่ออุปสรรคใดๆ ที่ขวางหน้า ลุยเพื่อคว้าเป้าหมายให้ได้ รามคำแหงรวมประสบการณ์คนร้อยพ่อพันแม่ให้มาศึกษา มาเรียนร้ วิ่งที่รามฯให้ในห้องเรียน เทียบไม่ได้กับสิ่งที่รามฯ ให้นอกห้องเรียนครับ big smile

#52 By nora on 2008-05-21 01:43

ในฐานะที่พึ่งผ่านการสอบวิชาสุดท้ายของรามฯ Hot! Hot! Hot!

สิ่งที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้สร้าง ก็คือการลุย การรู้จักสู้กับชีวิต และไม่หวั่นต่ออุปสรรคใดๆ ที่ขวางหน้า ลุยเพื่อคว้าเป้าหมายให้ได้ รามคำแหงรวมประสบการณ์คนร้อยพ่อพันแม่ให้มาศึกษา มาเรียนรู้ สิ่งที่รามฯให้ในห้องเรียน เทียบไม่ได้กับสิ่งที่รามฯ ให้นอกห้องเรียนครับ big smile

#53 By nora on 2008-05-21 01:44

Hot!

#54 By Icey Cherry on 2008-05-21 01:58

ชีวิตจริงๆน่ะ มันเริ่มหลังจากมหาลัยตังหาก

#55 By doggiestyle on 2008-05-21 03:07

ไม่กล้าเรียน เพราะมันจบยากค่ะพี่ TvT

ตอนนี้เอนท์ไม่ติดค่ะ กำลังสิ้นหวังสุดกู่

แต่ไม่กล้าเรียนรามเลยค่ะ เพราะกลัวไม่จบ ;__ ;

พี่เก่งจังเลยค่ะ ^ ^
จบได้โดยใจสุดๆเลยครับ ^^confused smile

#57 By ~shadow~ (202.28.47.11) on 2008-05-21 09:13


ผมก็จบรามครับ และไม่ได้รู้สึกว่าต่ำต้อยแม้แต่น้อย..

#58 By :: KinG MoJi :: on 2008-05-21 09:28

พ่อดิชั้นก็จบรามคำแหงถ้าดิชั้นเอนท์ไม่ติดก็คิดจะเข้าเรียนเหมือนกัน เพราะดิชั้นคิดว่าที่นี่เป็น"มหาวิทยาลัยที่ใจดีที่สุด"big smile Hot!

#59 By Sita on 2008-05-21 09:38

ดีใจนะ ที่ได้อ่าน
เราภูมิใจทุกครั้งที่ได้ตอบว่า
จบรามคำแหงค่ะ
....
จาก ศิษย์เก่า

#60 By Tanpatan on 2008-05-21 12:01

ผมจะไปเรียนนิติรามนี่แหละครับ (~จบแล้วก็จริง แต่อยากรู้กฑหมาย)
ไตรภพ ยังจบจากราม ความสามารถเหนือกว่าพวกจบ ม.รัฐ ที่จบมาสวมปลอกคอกันและมาอวดกันว่าบริษัทที่ตัวเองเป็นลูกจ้างว่าใตรใหญ่กว่า
รามคำแหง คือที่สุดท้ายของเด็ก ent ไม่ติด

ดีกว่าที่สุดท้ายจะเป็นพื้นปูนห้าง the mall แน่

#62 By book on 2008-05-21 14:11

เด็กรามนี่เยอะจริงน่อ เดินไปทางไหนก็เจอ เดินมาแถวๆ นี้ก็เจออีกหลายคนเลย^^ หวัดดีคะหมูน้อยก็ลูกพ่อขุน

ใครๆก็บอกจบ ราม เก่ง
จบรามหางานง่าย
ค่าเรียนก็ถูกแสนถูก
เครื่องแบบก็ไม่ต้องใส่ เหมือนเรียนอยู่เมืองนอกเลยน้าจะบอกให้
แถมทันสมัย มีสอนผ่านทางอินเตอร์เน็ตด้วย
และข้อดีอีกมากมาย
แต่ก็ไม่ยอมมาเรียนกัน รอกันเป็นตัวเลือกสุดท้าย
มาๆมาเป็นรุ่นน้องเราซะดีๆ
Hot!

#63 By หมู..โฮก..โฮก on 2008-05-21 15:55

หลักสูตรราม 144 -145 หน่วยกิต
วิชาหนึ่ง 3 หน่วยกิต ลงเต็มที่ภาคละ 8 เล่ม

ปีแรก = 2 ภาคการศึกษา 48 หน่วยกิต ฤดูร้อน 12 หน่วยกิต / 48+12 = 60

ปีที่ 2 ลงปกติ เก็ยได้อีก 60 = 120 หน่วย

ปี 3 1 ภาคการศึกษา ทำเรื่องขอจบสามารถลงได้ 30 หน่วยกิต ลงปกติ 24 หน่วย กันพลาด 6 หน่วย

สามารถเรียนจบภายใน 2 ปีครึ่ง

ขยัน ตั้งใจ สามารถเก็บประสบการณ์ภายใน ภายนอก แล้วนำมาประยุกต์ให้มันดีขึ้น ใครที่ไหนก็รับเข้าทำงาน

จะลงรามเรียนคู่กะม.ที่ติดอยู่อ่ะ
แต่ถ้าเรียนบริหารราม ต้องฝึกงานมั้ยอ่ะ
กลัวแบ่งเวลาไม่ไหว sad smile

คนที่บ้านชอบมองว่ารามไม่ดีเหมือนกัน
แต่โดยส่วนตัวก้ออยากไปเรียนรามนะ

ว่าจะลงเรียนคู่กันไป
แล้วก้อส่งตัวเองเรียนรามเอง big smile

ท้าทายไปอีกแบบ..Hot!

#65 By F u K i * :: Silent ,, on 2008-05-21 19:12

เรียนจบยากมาก

แต่คนที่จบรามมีคุณภาพทั้งนั้น

หลายคนทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย

ดีกว่าเรียนแล้วขอเงินพ่อแม่เยอะเลย

#66 By gomdori on 2008-05-21 19:34

ไม่นะ เหตุผลที่หนูไม่อยากเรียนราม
ไม่ใช่เพราะว่าดูถูก หรืออะไรทั้งสิ้น
แต่เป็นเพราะ ไม่มีคณะที่หนูอยากเรียนมากกว่า
สำหรับหนู หนูคิดแบบนี้
แต่คนอื่น นั้นก้อไม่รู้แฮะ
ปล อยากเรียนบริหารที่ราม ชอบ

#67 By EyoreZa on 2008-05-21 20:20

เฮ้อ...ผมเกลียดการตัดสินอะไรจากสถาบันมากเลยครับ...

#68 By on 2008-05-21 23:46

ลูกพ่อขุนเช่นกันค่ะ

ยอมรับว่าตัวเองเอ็นท์ไม่ติด แต่ในใจตอนนั้นมีแค่ ABACกับรามแค่ 2 ทีค่ะ
แม่อยากให้เข้า ABAC แต่หลังจากปรึกษากันดีแล้วก็เลือกที่จะเรียนรามค่ะ


ถึงตอนแรกเพื่อนจะว่าทำไมถึงเลือกราม แต่ตอนนี้รู้ซึ้งแกใจเลยค่ะว่ารามน่ะปราบเซียนจริงๆ
ถ้าไม่เก่งจริง ไม่ขยันจริงคุณไม่มีทางจบได้แน่ๆ


ตอนนี้ภูมิใจที่ตัวเองเป็นลูกพ่อขุนค่ะdouble wink double wink

#69 By 貴寛・智寛・寛樹 on 2008-05-22 00:16

ปัจจุบัน ไม่จริงหรอกค่ะว่าคนเรียนรามคือคนที่เอนท์ไม่ติด
อย่างน้อยก็เราคนนึง ^ ^

#70 By Gunsolsk♥ YS ! on 2008-05-25 10:32

ค่ะ เราก็เรียนรามอยู่
และเราไม่เคยรู้สึกว่ารามไม่ดีที่ตรงไหน

#71 By Teshhiiiiiiiiii on 2008-05-27 12:09

อ่านคอมเม็นต์แล้วซึ้งใจพี่น้องเพื่อนชาวรามมากครับ ผมดีใจมากที่ได้เรียนที่นี่ ขอบคุณมากครับ ทุก ๆเม็นต์เลยครับ

#72 By GoDDamm on 2008-05-28 18:02

เราก็เป็นอีกคนนึงที่เลือกเรียนรามเพราะรักอิสระ ไม่ใช่เพราะเอ็นท์ไม่ติด...
ก่อนหน้านี้เราได้(เกือบ)เป็นนักศึกษาที่ราชภัฏสวนสุนันทา(โค้วต้า)ด้วยเหตุผลที่ว่ามีคณะที่เราใฝ่ฝัน หลายคนถามว่าทำไมเอาแค่นี้ สติปัญญาความสามารถน่าจะไปไกลมากกว่านี้ ทำไมไม่ลองเอ็นท์ คำตอบที่ให้กับทุกคนคือเราอยากเรียน ใครจะว่าไงไม่สน แล้ววันที่ย่างก้าวเข้าไปที่นั่นมันไม่ใช่อย่างที่คิด ก็อย่างว่าแหละมันคือมหาวิทยาลัยปิด มีข้อบังคับกฎเกณฑ์มากมาย ถ้าคุณไม่ทำคุณไม่ร่วมคุณไม่จบ แล้วด้วยนิสัยส่วนตัวไม่ชอบให้ใครมาบังคับสักเท่าไหร่ก็เลยรู้สึกอึดอัด เข้าไปในอยู่ในรั้วสวนนันได้ไม่ถึง 10 วัน ก็บอกพ่อแม่ว่าจะเรียนราม แล้วพ่อแม่ก็โอเค ทุกคนที่รู้เรื่องนี้มีแต่คนถามทำไมเอาราม ทำไมไม่อดทนไปเด๊ยวก็จบเองแหละ คำถามที่เกิดขึ้นในหัวเรียนรามมันผิดตรงไหนมันไม่ดีตรงไหน ดีด้วยซ้ำ เป็นการฝึกวินัยตัวเองด้วย ไม่ต้องไปแข่งเรียนกับใคร แข่งกับตัวเองนี่แหละว่าจะสามารถเรียนจบภายในระยะเวลาที่เราตั้งใจได้ไหม และเราก็เชื่อว่าถ้าจบภายในระยะเวลาอันสั้น 3 ปีครึ่ง 4 ปีมันมีแต่คนชื่นชมและมันก้น่าภาคภูมิใจที่สุดมากกว่าเรียนในมหาวิทยาลัยปิดซะอีก และที่สำคัญมันอิสระด้วย ไม่ต้องมีใครมาบังคับชี้นิ้วสั่งว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ ตอนนี้รู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่มาเรียนราม เพราะมันคือที่ที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด และถ้ามีใครมาถามอีกว่าเรียนอะไร เราก็พร้อมที่จะตอบด้วยความภาคภูมิใจว่า รามคำแหง และจะทำให้พวกเขารู้ว่ารามคำแหงก็ไม่ใช่ย่อยๆอย่างที่พวกเขาคิด...

(เมื่อไหร่ไอ้พวกค่านิยมที่วัดกันที่ชื่อสถาบันจะหมดไปจากโลกนี้ซะที่ แทนที่จะมองที่ชื่อสถาบันมองที่คุณภาพของคนไม่ดีกว่าหรอ?)Hot!